ผมว่าผมสำเร็จวิชาถอดรหัสภาษาหมาได้ในระดับหนึ่งแล้วนะ
แม้ผมจะยังไม่สามารถถอดรหัสเสียงเห่า ออกมาเป็นคำแปลภาษาคนได้
แต่ผมก็จับจุด จับหลักการสื่อสารภาษาหมาได้แล้วนะ
--------------
จากการศึกษาและกินเนื้อหมามายาวนาน (ล้อเล่น กินแต่แมว)
ทำให้ผมรู้ว่า หมาไม่สามารถคุยเรื่องซับซ้อนได้แบบในการ์ตูนที่หมาคุยกัน
หมาใช้วิธีสื่อสารโดยลอกคำกันแบบไม่ผิดเพี้ยน
ซึ่งข้อดีคือ ไม่ว่าจะสื่อสารไปกี่ทอด กี่ตัว
เนื้อหาต้นทางและปลายทางจะเหมือนกันทุกประการ
-----------------
เสียงพูดของหมามีหลายระดับ
คุณอาจจะรู้มาว่าหมาต้องเห่าโฮ่ง ๆแน่นอน
แต่ลองฟังให้ดี หมาแต่ละตัวเห่าได้หลายเสียง เช่น
โฮ่ง ,ฮ็อก ๆ ,ฮ้อง, ฮู้ว ๆ ๆ ,แง่ม, แบ็ค และอื่น ๆ อีกมากมายที่หมาแต่ละตัวจะส่งเสียงได้
-------------
ไม่ต้องห่วงว่าหมาเด็ก และหมาแก่ ที่ระดับเสียงทุ้มต่างกัน
จะทำให้ความหมายไม่เหมือนกัน
ลองนึกถึงสัญญาณ อนาลอค(Analog) กับ ดิจิตอล(Digital)
ข้อเสียของสัญญาณแบบ อนาลอค คือ ข้อมูลมีโอกาสผิดพลาด
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น
คุณส่งสัญญาณอนาลอกออกไป 10 Hz ระยะทาง 5 กิโลเมตร
แต่ด้วยระหว่างทางที่แสนไกล ทำให้สัญญาณเกิดการสูญเสียเหลือ 8 Hz
ปลายทางที่รับสัญญาณจึงรับรู้ว่า คุณส่งสัญญาณมาให้ 8Hz
ทั้ง ๆที่มันมาจากต้นทาง 10 Hz
--------
คราวนี้มาดูสัญญาณแบบดิจิตอลกันบ้าง
ด้วยวิธีการแบบ ดิจิตอล จะทำให้สัญญาณไม่ผิดเพี้ยนด้วยการเข้ารหัสข้อมูล
อย่างที่ทราบกันว่า ดิจิตอล ไม่มี 1-10 Hz อะไรแบบอนาลอค
มีแค่ 1 กับ 0 เท่านั้น
เบอร์ 1 คือ มีสัญญาณไปถึง(โดยไม่สนว่าส่งไปถึงมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีสัญญาณเข้ามาคือ เบอร์ 1)
เบอร์ 0 คือ ไม่มีสัญญาณมาถึง
-----
เราจึงนำสัญญาณทั้งหมดมากำหนดเป็นให้เป็นรหัส เช่น
0000 หมายถึง 0
0001 หมายถึง 1
0010 หมายถึง 2
0011 หมายถึง 3
0100 หมายถึง 4
0101 หมายถึง 5
0110 หมายถึง 5
0111 หมายถึง 7
1000 หมายถึง 8
1001 หมายถึง 9
1010 หมายถึง 10
เป็นต้น
-------- ดังนั้นถ้าคุณจะส่งสัญญาณ 10Hz ไประยะทางไกล ๆ ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการสูญเสียสัญญาณ
เพราะสิ่งที่คุณจะได้คือ มีสัญญาณมาถึงหรือเปล่า (โดยไม่สนใจว่าสัญญาณที่ส่งมามากน้อยแค่ไหน)
เช่น [มี,ไม่มี,มี,ไม่มี] หมายถึง 10
[มี,ไม่มี,ไม่มี,ไม่มี] หมายถึง 8
---------------------------------------
หมาเห่าได้หลายเสียง ดังที่ได้บอกไปข้างต้น
ดังนั้น ไม่ว่าเสียงมัน จะทุ้ม หรือแหลมแค่ไหน
ตราบใดที่เข้าตำราตามรหัสที่กำหนดไว้ ก็จะได้ความหมายไม่ผิดเพี้ยน
ส่วนเรื่องความหมายของสัญญาณรหัสหมา ผมกำลังจะทำการศึกษาต่อไป และจะขอโนเบลเพิ่มอีกเหรียญ เมื่อสำเร็จ
--- อาจจะมองได้อีกแง่คือ เหมือนการเข้ารหัสมอส
สำหรับนักเล่นวิทยุสื่อสารคงจะรู้จักกันดี ผมขออธิบายสักนิดสำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคย
การส่งรหัสมอส คือการส่งเสียงเป็นชุด ๆ
โดยผู้ส่งจะมีปุ่มกดอยู่ ซึ่งปุ่มนี้เมื่อถูกกดจะส่งเสียงดังออกมา
รหัสมอสมีอยู่ 2 เสียงนั่นคือ
เสียงดัง "ติ๊ด" สั้น ๆ (กดปุ่มเสียงทีเดียวแล้วปล่อย) สัญลักษณ์ เป็นรูปจุด
กับ เสียงตู๊ดดดดด ค้างยาวนาน (กดปุ่มเสียงค้างไว้) สัญลักษณ์ เป็น รูปขีดยาว
--------
ต้นทางจะส่งเสียงเป็นชุด ๆ แล้วปลายทางจะนำไปแกะรหัส เช่น
- - . คือ ก (ตู๊ดดด ตู๊ดดดด ติ๊ด)
- . - . คือ ข,ฃ (ตู๊ดดด ติ๊ด ตู๊ดดด ติ๊ด)
- . - คือ ค,ฆ (ติ๊ดดด ตุ๊ด ติ๊ดดด)
- . - - . คือ ง (ตู๊ดด ติ๊ด ตู๊ดดด ตู๊ดดด ติ๊ด)
เป็นต้น ซึ่งคล้าย ๆ กับ สัญญาณ ดิจิตอล ที่มีเฉพาะ 1 และ 0
--------------------
ภาษาหมา เป็นภาษาที่ตรงประเด็น มากกว่าภาษาคน
เนื่องจาก ใส่รายละเอียดลงไปไม่ได้มาก หมาไม่สามารถคิดได้มากขนาดนั้น
เช่น เมื่อ หมามันเห่าบอกพวกว่ามีคนบุกรุก มันจะไม่สามารถบอกได้ว่า กัดกันที่ไหน
ทำได้เพียงแค่รับรู้ว่า ทะเลาะกัน แต่ต้องหันหัวหันหางมองหากันเอาเอง
จากการศึกษามายาวนาน พอจะยกตัวอย่างได้ว่า
ถ้าหมาบอกเพื่อนว่า มีหมากัดกัน มันจะวิ่งกันเข้าไปช่วย
แต่ถ้ากลุ่มที่กัดกันอยู่ไกล หมาที่สู้กันขอความช่วยเหลือ
หากหมากองหนุนฟังไม่ออกว่าเสียงมาจากทางไหนมันจะไม่รู้ว่ากัดกันที่ไหน
มันจึงไล่รุมเห่าคนที่อยู่ใกล้ ๆ หรือรถที่วิ่งผ่าน
ปล. หมาที่หอนไม่ได้หมายความว่ามันเห็นผี
หมาหอนเป็นหนึ่งในรหัสที่บอกว่า "ฉันอยู่ที่นี่"
ใช้สำหรับบอกตำแหน่งกัน
หรือร้องหาพวกพ้อง คล้ายจะบอกว่า"เหงาจัง ฉันอยู่ที่นี่นะ"
ดังนั้น เมื่อหมาที่บ้านหอน
หมายถึงมันกำลังบอกตำแหน่งตัวเองให้ตัวอื่นรู้ ซึ่งอาจจะหมายถึงมันเหงานั่นเอง
ท่านควรจะเข้าไปเล่นกับมัน แทนที่จะวิ่งหนีผี